แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การบริหารเวลา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การบริหารเวลา แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แค่สัปดาห์ละครั้ง

หายไปเกินปี ข้อแก้ตัวนี่มีเยอะเลย แต่เสียดายหน้ากระดาษ (หรือหน้าจอ)

เรื่องการสร้างไอเดียเพื่อเริ่มเขียนนิยายเรื่องใหม่ยังค้างไว้ก่อนนะครับ หรือจะจบไปดื้อๆ แค่นั้นดี ฮ่าๆ ปีใหม่มาเริ่มเรื่องใหม่ๆ กันดีกว่า

ปัญหาหนึ่งที่คนเยอะแยะเจอเหมือนๆ กันคือ มีอะไรที่อยากทำ แต่ไม่ได้ทำซักที บางทีตอนปีใหม่ตั้งเป้าหมายเอาไว้อย่างฮึกเหิม พอหมดปีถึงพบว่าลืมไปซะสนิทก็มี

นักเขียนและคนอยากเขียนก็เจอปัญหาแบบนี้เหมือนกัน บางทีสิ้นปีแล้วมานั่งเกาคางสงสัย ว่าทำไมปีนี้เขียนได้น้อยจัง หรือไม่จบซักเรื่องเลย (อันนี้อย่างเศร้า)

เมื่อวันก่อนคุณพีทเกิดความคิดขึ้นมาอย่างนึงครับ ตอนที่เราฮึกเหิมมากๆ ตั้งหน้าตั้งตาทำอะไรซักอย่างติดๆ กันหลายๆ วัน วันละหลายๆ ชั่วโมง งานมันก็คืบหน้าดีน่าชื่นใจ แต่พอมีเรื่องอื่นวนเวียนเข้ามา งานอื่นบ้าง คนอื่นบ้าง สิ่งอื่นบ้าง ไอ้ที่เคยได้ทำต่อเนื่องก็แผ่วไป หรือหายไปเลย (อันนี้อย่างบ่อย)

คุณพีทก็เลยนึกขึ้นมาว่า เอ... ถ้าเราพยายามหาเวลาทำสิ่งที่อยากทำนั่นให้ได้แค่สัปดาห์ละครั้ง ไม่ต้องเยอะ ไม่ต้องนาน แต่ทำให้ได้ทุกสัปดาห์ รวมๆ กันแล้วนี่ แต่ละปีๆ ก็คงได้เยอะอยู่เหมือนกันนะ

แล้วตอนสิ้นปีก็จะไม่ได้ต้องมาเกาคางสงสัย ว่าทำไมปีนี้ไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่เลย

ถ้าสัปดาห์นึงตั้งใจเขียนให้ได้หนึ่งบท ปีนึงก็ได้เหนาะๆ แล้วห้าสิบบท ได้เรื่องขนาดกลางสองเรื่องเลยนะนั่น

ถ้าสัปดาห์นึงท่องศัพท์ภาษาอังกฤษให้ได้แค่สิบคำ ปีนึงก็ซัดเข้าไปแล้วห้าร้อย ไม่เก่งคราวนี้แล้วจะเก่งคราวไหน

ถ้าสัปดาห์นึง... (โปรดเติมข้อความตามใจชอบ)

คุณพีทเกิดความคิดขึ้นมาแล้วก็นั่งเขียนลงกระดาษ ช่วงนี้มีอะไรอยากทำเยอะเหลือเกิน จนจะแบ่งเวลาไม่ถูก แถมไอ้อะไรๆ ที่เคยตั้งใจเอาไว้ก่อนมันก็แผ่วหายไป (ตามวิถีธรรมชาติเอวัง) ส่วนนึงเป็นเพราะตอนฮึกเหิมเราตั้งเป้าไว้สูงด้วย (เช่น เดินออกกำลังสัปดาห์ละสามครั้ง) พอมีงานสนุกโผล่เข้ามาก็ติดพัน ผัดผ่อนตัวเองว่าขอทำงานก่อน ไว้ค่อยเดินวันหลัง (พอวันหลังก็ฝนตกไม่ยอมเดินอีก)

อย่ากระนั้นเลย คราวนี้ลองดูอีกครั้ง ตั้งเป้าไว้ แค่สัปดาห์ละครั้ง เอาแค่นี้แหละ ไม่ต้องเยอะ แต่อย่าเบี้ยว ดูซิว่าจะรอดได้ซักกี่สัปดาห์ (นี่ไม่ได้ปรามาสหน้าตัวเองนะ แต่สงสัยจริงๆ)

ไม่ลองก็ไม่รู้ ถ้าไม่สำเร็จเราก็หาทางอื่นต่อไป แต่ถ้ามันพอจะใช้ได้ ก็คงได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่น้อยเหมือนกัน


ลองด้วยกันมั้ยครับ แค่สัปดาห์ละครั้ง

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การพักผ่อน

เมื่อวานเขียนเรื่องความสม่ำเสมอ แต่วันนี้เขียนเรื่องการพักผ่อน มันจะขัดแย้งกันหรือเปล่านะ?

ไม่ว่าจะเครื่องจักรหรือคน ก็ต้องการเวลาหยุดพักด้วยกันทั้งนั้น ถ้าโหมทำงานหนักต่อเนื่องกันโดยไม่รู้จักเว้นจังหวะบ้าง เครื่องก็ไหม้ คนก็คงไหม้ด้วยเหมือนกัน (แต่ไหม้คนละแบบ)

ข้อสำคัญที่ต้องระวังคือ อย่าใช้คำว่าหยุดพักเป็นข้ออ้างสำหรับการอู้

แต่ในขณะเดียวกัน ก็อย่ากลัวการหยุดพัก อย่าปล่อยให้เครื่องไหม้คามือ

สูตรสำเร็จมันไม่มี ว่าต้องทำงานกี่วันแล้วถึงจะพักได้ และจะพักได้นานแค่ไหน แต่ละคนต้องทำความรู้จักร่างกายและจิตใจของตัวเองเอาเอง

บางทีการพักมีหลายรูปแบบ ไม่ได้แปลว่าต้องอยู่นิ่งๆ เป็นหัวกะหล่ำเสมอไป แต่ละคนต้องรู้จักวิธีการพักผ่อนของตัวเองเอาเองเหมือนกัน

ตอนแรกคุณพีทตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องการเริ่มต้นนิยายเรื่องใหม่ต่อ แต่หลังจากที่นอนน้อยมาหลายวัน รู้สึกเลยว่าถึงความคิดเราจะแล่น แต่ร่างกายเราไม่เลิศแล้ว สมควรเข้านอนเร็วสักนิด ยังมีภารกิจช่วงกลางวันอีกหลายวัน

เปลี่ยนใจว่า งั้นเขียนพรุ่งนี้กลางวันแล้วกัน เพราะคาดว่าไม่ต้องออกนอกบ้าน (อย่างสองสามวันที่ผ่านมา)

แต่พอนั่งหน้าจอแล้วก็เปลี่ยนใจอีกรอบ เรื่องการเริ่มต้นนิยายเรื่องใหม่ที่จะเขียนต่อ เก็บไว้พรุ่งนี้แหละดีแล้ว เพราะเรื่องมันยาว ต้องใช้เวลานาน แต่วันนี้เขียนเรื่องสั้นๆ สักเรื่องก็คงพอไหว รีบเขียนแล้วรีบไปนอน

คุณพีทก็เลยมาเขียนเรื่องการพักผ่อน อย่างมีความสุข เพราะกำลังจะได้นอนเร็วด้วย และได้เขียนบันทึกอย่างสม่ำเสมอตามที่ตั้งใจไว้ด้วย

บางที ทางออกที่ไม่ต้องซับซ้อน ก็สามารถพาเราไปสู่จุดหมายอย่างสวยงามได้นะครับ

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ความสม่ำเสมอ

ถ้าเราแค่อยากเขียนนิยายเพื่อระบายความคิดความรู้สึกในแต่ละขณะออกมา จะเขียนได้มากได้น้อย หรือจะจบไม่จบก็คงไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าเราตั้งเป้าหมายว่าจะเขียนนิยายให้จบ (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด) เราคงต้องใส่ใจกับการหาเวลาลงมือเขียนให้ต่อเนื่อง มันถึงจะจบได้

คนที่มีโอกาสในการเขียนนิยายจบมากกว่า ไม่ใช่คนที่เขียนเร็วกว่า แต่เป็นคนที่เขียนอย่างสม่ำเสมอ ความสม่ำเสมอทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นทีละนิดทุกๆ วัน ความสม่ำเสมอทำให้เราไม่หยุดก่อนที่จะถึงเป้าหมาย

คนเขียนนิยายเกือบทุกคนไม่ได้มีกิจกรรมแค่การเขียนนิยายอย่างเดียว แต่ยังต้องทำอย่างอื่นมากมายในแต่ละวัน บางคนทำงานประจำเช้าจรดเย็น บางคนทำงานพาร์ตไทม์ บางคนเรียนหนังสือ บางคนดูแลครอบครัว บางคนมีงานอดิเรกอย่างอื่น เช่น ทำสวน วาดรูป ร้องเพลง บ่อยครั้งที่คนอยากเขียนนิยายใช้เวลาทำนู่นทำนี่จนหมดวัน แล้วมาพบว่ามือไม่ได้จับปากกา นิ้วไม่ได้แตะแป้นพิมพ์ นิยายที่อยากจะเขียนก็ยังเป็นแค่กลุ่มควันของความคิด ยังไม่มีโอกาสกลั่นออกมาเป็นตัวหนังสือให้ชื่นใจเสียที

สภาพการณ์แบบนี้คนเขียนนิยายส่วนใหญ่ได้เจอกันมาแล้วทั้งนั้น ที่จริงมันเป็นปัญหาร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ทุกคน ในแวดวงธุรกิจเขาเรียกกันว่าปัญหาการบริหารเวลา

มีคนคิดค้นเทคนิคการบริหารเวลาไว้มากมาย ทุกเทคนิคมีประโยชน์และมีข้อดีข้อด้อยของตัวเอง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคนเขียนนิยายอาจจะไม่ใช่เทคนิค แต่เป็นเครื่องของความตั้งใจจริง เพราะไม่ว่าเทคนิคจะดีแค่ไหน ถ้าเราไม่ตั้งใจจริง เราก็ละเลยไม่หยิบมันมาใช้อยู่ดี ในทางกลับกัน ถ้าเราเอาจริง ต่อให้ไม่รู้เทคนิคมากมาย เราก็บังคับตัวเองให้ "หาเวลา" ลงมือเขียนจนได้อยู่ดี

ไม่ว่าเราจะเลือกใช้เทคนิคการบริหารเวลาแบบไหนก็ตาม สำหรับคนเขียนนิยาย มีสิ่งที่น่าทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสม่ำเสมออยู่บางอย่างคือ

1. ความสม่ำเสมอของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ละคนมีสภาพแวดล้อมและข้อจำกัดที่ต่างกัน มีวิธีคิดวิธีการทำงานต่างกัน มีนิสัยในการใช้ชีวิตต่างกัน มีความถนัดในการเขียนต่างกัน ความสม่ำเสมอของคนหนึ่งอาจจะหมายถึงลงมือเขียนทุกวัน แม้จะมีเวลาเพียงแค่ยี่สิบนาทีก็เขียนได้ ในขณะที่อีกคนหนึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอุ่นเครื่องนานกว่า และต้องการเวลามากกว่าสำหรับการลงมือเขียนแต่ละครั้ง

2. ความสม่ำเสมอไม่ได้แปลว่าต้องทำสิ่งเดียวกันทุกวัน เช่น ลงมือเขียนทุกวัน การทำงารสร้างสรรค์นิยายแต่ละเรื่องมีหลายขั้นตอน ก่อนนิ้วจะแตะแป้นพิมพ์ให้เป็นตัวอักษรบนหน้าจอ คน "เขียน" นิยายต้องทำงานอย่างอื่นเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคิด การหาข้อมูล หรือการฝึกฝนทักษะด้านต่างๆ ของตัวเอง คนเขียนนิยายต้องทำความเข้าใจความถนัดของตัวเอง ว่าตัวเองถนัดทำงานแบบไหน บางคนอาจจะถนัดลงมือเขียนทุกวัน มากน้อยขอให้ได้เขียน แล้วมาตัดแต่งขัดเกลาเข้าหากันทีหลัง บางคนอาจจะถนัดเขียนเมื่อพร้อม เมื่อมีภาพเรื่องราวชัดเจนอยู่ในหัว สำหรับคนที่ถนัดแบบนี้ ถึงแม้จะไม่ได้ลงมือเขียนทุกวัน แต่ถ้าได้ทำงานอะไรก็ตามที่เป็นการปูพื้นฐานให้กับการเขียน ก็ถือว่าเป็นความสม่ำเสมอด้วยเหมือนกัน

3. ความสม่ำเสมอไม่จำเป็นต้องแปลว่าทุกวันติดกันไม่มีวันหยุด มีหลายกรณีที่กิจกรรมอื่นในชีวิตอาจจะกินเวลาในบางวันหมดไปโดยสิ้นเชิง หรืออาจมีบางวันในสัปดาห์ที่คนเขียนนิยายอาจจะกันไว้เป็นวันหยุดพักผ่อนเช่นเสาร์อาทิตย์ก็ได้ ตราบใดที่เรารู้ว่าเราจัดสรรเวลาไว้สำหรับการทำงานเขียนเท่าไหร่ และเราพยายามจัดการตัวเองให้มีวินัย ทำได้ตามเวลานั้น ก็ถือว่าเราทำงานอย่างสม่ำเสมอได้

ถ้าเราทำความเข้าใจแง่มุมต่างๆ ของความสม่ำเสมอแล้ว เราก็จะเห็นว่าความสม่ำเสมอมีรูปแบบที่สามารถเป็นไปได้อยู่มากมายเหลือเกิน ไม่ได้ตายตัวเป็นอย่างเดียว

สำหรับบางคน อาจจะหมายถึงการลงมือเขียนทุกวัน

สำหรับบางคน อาจจะหมายถึงการทำงานเขียน ไม่ว่าจะในรูปแบบไหน สัปดาห์ละห้าวัน จันทร์ถึงศุกร์

สำหรับบางคน อาจจะหมายถึงการคิดตลอดเวลาทุกวัน แต่ลงมือเขียนสัปดาห์ละสามวัน จันทร์พุธศุกร์

และอาจจะมีรูปแบบอื่นๆ อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับความต้องการ และข้อจำกัดของคนเขียนนิยายแต่ละคน

แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุด อย่างที่พูดถึงไว้ข้างต้น คือการตั้งใจจริง เพราะมันง่ายเหลือเกินที่เราจะบอกตัวเองว่า วันนี้เหนื่อยเกินไป เอาไว้ก่อนแล้วกัน หรือ วันนี้ยังคิดไม่ออก ขอเวลาคิดอีกวัน (แต่ไม่ได้คิด) หรืออะไรอย่างอื่นอีกร้อยแปดพันเก้า

วันนี้ตอนกลางวัน คุณพีทตั้งใจเอาไว้ว่าจะเขียนเรื่องความสม่ำเสมอ เพราะรู้ล่วงหน้าว่าตอนกลางคืนจะต้องไปงาน คงเขียนอะไรยาวมากที่ต้องใช้ความคิดเยอะๆ ไม่ไหว

เอาเข้าจริง กลับมาถึงบ้านห้าทุ่ม แม้แต่เรื่องความสม่ำเสมอก็รู้สึกว่าชักจะยาวเกินไป เพราะตามันจะปิดอยู่รอมร่อ (คืนวานนอนไม่ครบแปดชั่วโมง เฮ้อ) ใจหนึ่งบอกว่า งั้นเขียนเรื่องความสม่ำเสมอพรุ่งนี้ก็ได้ ไม่เห็นเป็นไร (ไม่มีใครรออ่าน ไม่ใช่คอลัมน์ประจำของนิตยสาร ไม่มีข้อผูกมัดอะไร)

แต่อีกใจหนึ่งก็รู้ว่า คุณพีทตั้งใจไว้แต่ต้น ว่าจะเขียนบันทึกเป็นประจำ เพื่ออุ่นเครื่องตัวเองให้พร้อมสำหรับการเขียนนิยาย ก็ต้องมาคิดว่า นี่เราเหนื่อยมากจริงๆ จนเขียนไม่ไหว หรือว่าเรารู้สึกขี้เกียจและหาข้ออ้างให้ตัวเองอู้

เดินไปเดินมาเตรียมตัวเข้านอน แล้วก็ตอบตัวเองได้ว่า ไม่ได้เหนื่อยอะไรมากมายขนาดนั้น งั้นวันนี้เราเขียนก่อน เพราะอาจจะมีบางวันที่เราเหนื่อยมากจนเขียนไม่ไหวจริงๆ เก็บโควต้าเอาไว้ลาวันนั้นแล้วกัน

จนถึงบรรทัดนี้ ยังไม่ได้ใช้เทคนิคการบริหารเวลาข้อไหนเลย และคิดไม่ออกด้วยว่าจะต้องใช้ข้อไหน แต่รู้ว่าต้องใช้ความเข้มงวดกับตัวเองนิดนึง

เพราะความสม่ำเสมอจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยความตั้งใจจริง (จริงๆ นะเออ)