แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่และบรรยากาศ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่และบรรยากาศ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ไอเดียเริ่มเรื่อง (1) สถานที่และบรรยากาศ

ตอนนี้เรายังคุยกันในเรื่อง
การสร้างไอเดียเพื่อเริ่มนิยายเรื่องใหม่
อยู่นะครับ ถ้าตามไม่ทัน ย้อนกลับไปอ่านลิงก์ข้างบนก่อนได้นะครับ

สถานที่และบรรยากาศเป็นจุดเริ่มต้นในการคิดไอเดียที่ง่ายที่สุด และเห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด แทบจะจับต้องได้เลยเชียวครับ  เหมือนที่เราเคยได้ยินคนพูด (หรืออาจจะเคยคิดเอง) ว่า อยากเขียนนิยายแนวทะเลทราย (ก็คือเรื่องราวเกิดขึ้นในดินแดนทะเลทราย) อยากเขียนเรื่องการผจญภัยในป่า อยากเขียนเรื่องรักในมหาวิทยาลัย หรืออยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับการทำไร่นา เป็นต้น

นิยายแต่ละเรื่องให้ความสำคัญกับสถานที่และบรรยากาศไม่เท่ากันนะครับ

(1) บางเรื่องให้ความสำคัญมาก ถือเป็นจุดเด่นในเรื่องเลยทีเดียว เช่น เรื่องแนวทะเลทราย สถานที่และบรรยากาศเป็นจุดเด่นถึงขนาดที่ว่าเป็น "แนวนิยาย" ของตัวเองได้เลย บางเรื่องให้ความสำคัญมาก เพราะเป็นส่วนประกอบหลักของเรื่องราว แต่ไม่ถึงขนาดว่าเป็น "แนวนิยาย" ตัวอย่างเช่น นิยายที่เขียนเกี่ยวกับการผจญภัยในป่า นิยายที่เขียนเกี่ยวกับไร่นาการเกษตร เป็นต้น

(2) บางเรื่องใช้สถานที่และบรรยากาศเป็นเพียงเวทีสำหรับให้เรื่องราวดำเนินไป แต่ไม่ได้เด่นขึ้นมาเป็นพิเศษ มักจะเป็นสถานที่ที่คนทั่วไปคุ้นเคย มักจะเป็นฉากในเมือง และมักจะเป็นสถานที่ที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นที่นั้นที่นี้ เรียกว่าจะเป็นที่ไหนก็เกือบจะได้ เช่น บ้าน คอนโด สวนสาธารณะ สำนักงาน ร้านค้า ห้าง ร้านอาหาร

(3) บางเรื่องใช้สถานที่และบรรยากาศเป็นเวทีเหมือนกัน แต่มีความเกี่ยวพันกับเรื่องราวมากกว่า เรียกว่าต้องเป็นที่นี่นะ ต้องมีลักษณะอย่างนี้นะ เป็นตัวช่วยเอื้อให้เหตุการณ์เกิดได้ง่ายขึ้น หรือเป็นไปในทิศทางที่คนเขียนต้องการได้ง่ายขึ้น หรือเป็นกรอบที่เรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นภายในนี้ เช่น เรื่องรักในมหาวิทยาลัย จะมีกลิ่นอายบรรยากาศชีวิตนักศึกษาอบอวลอยู่มาก (แต่ไม่ถึงกับเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวอย่างแบบแรก) หรือเรื่องรักที่เกิดขึ้นในรีสอร์ต บนเขา ชายทะเล เกาะ เป็นต้น

นิยายหนึ่งเรื่องมักจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในหลายสถานที่ แต่บางเรื่องจะมีสถานที่หลักที่เหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้น สถานที่หลักเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดบรรยากาศของเรื่องไปโดยปริยาย

เช่นถ้าเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนเกาะ แม้จะมีฉากในเมืองหรือบนฝั่งบ้าง แต่คนอ่านก็จะรู้ว่าเวทีของเรื่องนี้ แท้จริงแล้วอยู่บนเกาะ

หรือเรื่องรักในมหาวิทยาลัย ก็จะมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกรั้วบ้าง เช่น ที่บ้าน หรือไปทัศนศึกษาต่างจังหวัด แต่บรรยากาศชีวิตนักศึกษาก็จะตามติดไปทุกที่

หรือนิยายแนวทะเลทราย ก็อาจจะมีหลายฉากที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ทะเลทรายด้วย เช่น ประเทศไทย หรือประเทศฝรั่ง แต่คนอ่านก็ยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องแนวทะเลทรายอยู่ดี

แล้วทำไมคุณพีทถึงเขียนว่า "สถานที่และบรรยากาศ" มันต่างกันอย่างไร ใช้คำว่า "สถานที่" อย่างเดียวไม่ได้หรือ?

ที่จริงมันเป็นคนละอย่างกันนะครับ แต่เวลาเขียนนิยาย สองอย่างนี้มันเกี่ยวพันกันมาก มักจะไปด้วยกัน สอดคล้องกัน พึ่งพากัน มันก็เลยง่ายกว่าถ้าจะคิดไปด้วยกัน แต่ถ้าอยากทำความเข้าใจแยกแยะก็มีประโยชน์เหมือนกันครับ

สถานที่ คำนี้เข้าใจง่าย ก็คือพื้นที่ พื้นดิน สิ่งปลูกสร้าง อาคาร อาณาเขต เป็นเรื่องของสิ่งของ สามารถเขียนในแผนที่ได้ วัดขนาดกว้างยาวสูงได้ จับต้องได้ เช่น พื้นที่ทะเลทราย พื้นที่ป่า พื้นที่รีสอร์ต พื้นที่ชายทะเล พื้นที่เกาะ พื้นที่ในเขตมหาวิทยาลัย พื้นที่ไร่นา เป็นต้น

บรรยากาศ คำนี้เป็นนามธรรม ดูมัวๆ จับต้องไม่ได้ แต่คนสามารถ "รู้สึก" ได้ เป็นความรู้สึกที่สืบเนื่องมาจากพื้นที่แห่งนั้น ผูกพันกับพื้นที่เหล่านั้น และบางทีคนก็คิดถึงพื้นที่และความรู้สึกนั้นไปพร้อมๆ กันไม่ได้แยกแยะ

เช่น พูดถึงทะเลทราย นอกจากตัวพื้นที่ที่มีทรายเยอะๆ มีปิระมิด มีเมืองแห้งแล้ง มีโอเอซิส คนยังนึกถึงบรรยากาศอีกหลายอย่าง เช่น ความร้อน อูฐ ความเวิ้งว้าง อันตราย ความลึกลับ บางคนอาจจะนึกถึงพายุทราย บางคนนึกถึงเนินทรายที่เป็นลูกคลื่น บางคนนึกถึงกระโจมของชนเผ่าเร่ร่อน บางคนอาจจะนึกไปถึงแมงป่องที่ซ่อนตัวอยู่ในทราย  ในแง่ของการเขียน/อ่านนิยาย คนยังนึกต่อไปถึงชีคหนุ่มหล่อตาคมผิวขาวเคราเข้ม ที่ร้อนแรง เอาแต่ใจ ไม่ยอมใคร (แต่ยอมนางเอกคนเดียว) นึกถึงการลักพาตัว การเดินทางข้ามทะเลทราย เห็นมั้ยครับว่า พื้นที่ทะเลทรายเพียงอย่างเดียว แต่มีบรรยากาศต่างๆ พ่วงท้ายมาด้วยมากมายเหลือเกิน

พื้นที่อื่นๆ ก็เหมือนกันครับ บางพื้นที่จะมีบรรยากาศเกือบเป็นสูตรสำเร็จติดมาด้วย บางพื้นที่อาจจะมีบรรยากาศหรือความรู้สึกได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับนิยายแต่ละเรื่อง สุดแต่คนเขียนจะเลือกใช้ เช่น พื้นที่ป่า อาจจะเป็นป่าลึกลับอันตรายในแนวของเพชรพระอุมา อาจจะเป็นป่าร่มรื่นสวยงามตามแบบนิทานฝรั่ง หรืออาจะเป็นป่าที่มีความขัดแย้งของการลักลอบตัดไม้ อันตรายในแนวแอคชั่นก็ได้

แล้วมันช่วยในการสร้างไอเดียเริ่มเรื่องได้ยังไง?

ถ้านิยายของเราเป็นแบบที่ (2) ข้างต้น คือสถานที่เป็นแค่เวทีให้เกิดเหตุการณ์ แต่ไม่ได้เกี่ยวพันกับตัวเหตุการณ์เท่าไหร่ ตรงนี้ไอเดียเกี่ยวกับสถานที่ก็อาจจะมีประโยชน์น้อยหน่อยครับ เราจะมานั่งออกแบบบ้านนางเอก คอนโดพระเอก หรือที่ทำงานผู้ร้าย ก็ย่อมได้ไม่เสียหาย แต่มันก็ไม่ทำให้เราคิดออกสักเท่าไหร่ว่าเรื่องราวในนิยายจะเป็นยังไง ถ้าเป็นแบบนี้ก็ข้ามไปคิดไอเดียจากหัวข้ออื่นดีกว่า

แต่ถ้านิยายของเรามีทีที่ว่าจะเป็นแบบที่ (1) คือสถานที่เป็นจุดเด่นของเรื่อง หรือแบบที่ (3) คือสถานที่เป็นเวที แต่มีส่วนสัมพันธ์กับเหตุการณ์และความรู้สึกในเรื่อง การคิดเรื่องสถานที่ก็สามารถช่วยให้เราสร้างไอเดียสำหรับเรื่องราวต่อได้ไม่น้อยเหมือนกันครับ

นอกจากนิยายแนวทะเลทรายแล้ว ก็ยังมีนิยายแนวอื่นที่สถานที่และบรรยากาศมีประโยชน์มากต่อการคิดสร้างเรื่องครับ เช่น นิยายแนวแฟนตาซี นิยายแนววิทยาศาสตร์และจินตนาการ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ใช้ฉากเป็นโลกอื่นที่ไม่ใช่โลกปัจจุบันที่เราอยู่ เช่น โลกต่างดาว อาณานิคมบนดาวอื่น โลกอดีต โลกอนาคต หรือโลกต่างมิติ) นิยายแนวเหนือธรรมชาติ (มักใช้ฉากเป็นโลกปัจจุบันที่เราอยู่ แต่มีส่วนประกอบบางอย่างที่เหนือธรรมชาติ) หรือนิยายแนวอิงประวัติศาสตร์ เป็นต้น

แล้วต้องคิดอะไรบ้าง? คิดแค่ไหน?

ถ้าแบบประหยัดแรงที่สุดก็ตอบว่า คิดเท่าที่คิดว่าจะต้องใช้ในการเขียนครับ แต่ถ้าเป็นคุณพีทเอง ก็คิดไปเรื่อยๆ เท่าที่ยังสนุกอยู่และยังคิดไหว เพราะไอ้ที่เรายังไม่รู้ว่าจะต้องใช้หรือเปล่า พอลงมือเขียนจริงแล้วอาจจะได้ใช้ก็ได้ หรืออาจจะมาช่วยให้เราคิดเรื่องราว/เหตุการณ์ออกมากขึ้นก็ได้

ที่ต้องไม่ลืม (คุณพีทเขียนเล่าไว้ในบล็อกที่แล้ว) ก็คือว่า เราไม่จำเป็นต้องคิดสถานที่และบรรยากาศออกมาหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างจนละเอียดยิบถึงขนาดเขียนแผนที่ได้เลยในขั้นนี้ เราค่อยๆ คิดจากภาพคร่าวๆ ก่อนครับ ได้แค่ไหนแค่นั้น แล้วพอเราทำงานไปเรื่อยๆ คิดไปเรื่อยๆ เขียนไปเรื่อยๆ เราก็จะลงรายละเอียดมากขึ้นจนชัดเจนเพียงพอสำหรับเขียนออกมาในที่สุด

หัวใจของขั้นนี้คือ การสร้างไอเดียสำหรับการเริ่มต้นนิยายเรื่องใหม่ไงครับ

รายงานว่าตอนนี้คุณพีทก็เริ่มๆ คิดสถานที่และบรรยากาศไปทีละนิดละหน่อยแล้วครับ จากที่กำหนดไว้ว่าจะเขียนแนวแฟนตาซีผจญภัยไม่เน้นความรัก คุณพีทก็ต้องสร้างดินแดนแฟนตาซีขึ้นมาโลกหนึ่ง ทีนี้พระเอกจะอยู่ตรงไหน ทำไมถึงต้องออกผจญภัย คุณพีทก็ต้องหาช่องทางสักเล็กน้อย ตอนนี้เล็งไว้ว่าตัวพระเอกเองจะต้องอยู่ในเมือง และความจำเป็นทางครอบครัวจะเป็นตัวบีบบังคับให้ต้องผจญภัย ตอนผจญภัยก็ค่อยออกไปร่อนเร่ในป่าเขาตามสูตรนิยายผจญภัยทั่วไป

บรรยากาศของนิยายแฟนตาซีก็มีหลายแบบ มีทั้งแบบโบราณ คือเป็นสังคมที่ใช้เทคโนโลยีหนักไปทางเครื่องกล อาจจะใช้แรงงานคน สัตว์ หรือพลังงานจากธรรมชาติ ในการหมุนเฟืองต่างๆ เพื่อทำงาน แต่ไม่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างโลกยุคปัจจุบัน (บางโลก/บางเรื่องมีการใช้พลังงานจากการเผาไหม้เช่นพลังงานไอน้ำ) นิยายแฟนตาซีบางเรื่องใช้พลังเวทมนตร์หรือพลังเหนือธรรมชาติเป็นแหล่งพลังงานก็มี แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ใช้บรรยากาศเทคโนโลยีที่เน้นพลังงานไฟฟ้า น้ำมัน และอุปกรณ์อิเลกโทรนิกส์อย่างยุคปัจจุบัน (มันคงทำให้เสียบรรยากาศมั้งครับ)

นิยายเรื่องนี้ของคุณพีทก็จะเดินตามแนวนี้ครับ เพราะส่วนตัวชอบบรรยากาศแบบนี้ มันขลังดี ว่างั้น ฮ่าๆๆ นึกถึงนิทานฝรั่ง หรือบรรยากาศแบบในลอร์ดออฟเดอะริงส์ หรือบรรยากาศแบบในนิยายแฟนตาซีกระแสหลักของฝรั่ง ผู้คนก็จะใส่เสื้อผ้าแบบโบราณๆ อะไรทำนองนั้น แต่ของคุณพีทคงไม่ใช่เสื้อผ้าฝรั่งโบราณเสียทีเดียว แล้วก็ไม่ใช่เสื้อผ้าไทยด้วย (เพราะเป็นนิยายแฟนตาซีนะ ไม่ใช่แนวประวัติศาสตร์) จะเป็นแบบที่คุณพีทชอบและอยากให้เป็น ฮ่าๆๆ แล้วมานั่งคิดสร้างภูมิอากาศให้เหมาะสมกับเสื้อผ้าอีกที (จริงๆ มันต้องออกแบบเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศนี่นา!)

นอกจากตัวสถานที่ที่เป็นพื้นที่แล้ว คุณพีทก็กำลังคิดไปถึงบรรยากาศทางสังคม สภาพสังคม ครอบครัว กลุ่มคน ชนชั้นในสังคมด้วยครับ ไม่ได้คิดเยอะนะ แค่นิดๆ หน่อยๆ เพื่อจะหาที่ให้พระเอกยืนเท่านั้นเอง ว่าจะเป็นครอบครัวคนชั้นไหน พ่อแม่เป็นใคร ทำไมถึงต้องออกผจญภัย แต่คุณพีทไม่อยากเขียนเรื่องเจ้าชายเจ้าหญิงเท่าไหร่ ถึงแม้ว่านิทานฝรั่งที่อ่านจะเป็นเรื่องเจ้าชายเจ้าหญิงเสียเยอะ แต่อยากให้พระเอกเป็นคนธรรมดามากกว่า (เหมือนคนเขียน!) แต่จะมีเจ้าชายเจ้าหญิงเป็นตัวประกอบบ้างหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที

ยังคิดไม่เสร็จ ไม่ครบถ้วน ไม่ครอบคลุมทุกแง่มุม แต่ก็พอให้เห็นบรรยากาศของเรื่อง ว่านิยายเรื่องนี้จะออกมาเป็นทำนองไหนนะครับ ถือว่ามีประโยชน์ต่อการสร้างไอเดีย เย้ ตบมือให้ตัวเอง

บล็อกนี้คุยเรื่องสถานที่และบรรยากาศแล้ว วันหลังมาคุยกันเรื่องตัวละครต่อครับ

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การสร้างไอเดียเพื่อเริ่มนิยายเรื่องใหม่

ไอเดีย แปลง่ายๆ ว่าความคิด ในการทำงานแทบทุกอย่างเรามักจะใช้ไอเดียเสมอ ในการเขียนนิยาย เรายิ่งต้องใช้ไอเดียในแทบจะทุกขั้นตอนเลยนะครับ เรียกว่าตั้งแต่เริ่มต้น ยาวไปจนจรดนิ้วบนแป้นพิมพ์กลั่นความคิดมาเป็นตัวหนังสือเลยทีเดียว

ในบล็อกนี้ เราจะขีดเส้นคุยกันเฉพาะตอนเริ่มเขียนนิยายเรื่องใหม่ก่อนนะครับ เพราะตอนนี้คุณพีทยังอยู่ในขั้นนี้ เป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องมาจากบล็อกแรก คือ
จะเริ่มต้นเขียนนิยายเรื่องใหม่ ต้องคิดอะไรบ้างนะ?
เท้าความนิดนึงว่าคุณพีทกำลังจะเริ่มเขียนนิยายอีกครั้ง เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมแรลลี่ที่เว็บฟอร์ไรท์เตอร์ เลยต้องมานั่งคิดเตรียมตัวสำหรับการเขียน โดยเริ่มจาก

1. พิจารณากรอบหรือข้อกำหนดในการเขียนนิยายครั้งนี้แล้วสรุปว่า จะเปิดเรื่องใหม่ (ไม่เขียนต่อจากเรื่องชุดเดิมที่ค้างไว้) ความยาว 120 หน้า ระยะเวลาเขียนจริงไม่เกิน 40 วัน

2. นิยายเรื่องนี้จะเป็นแนวแฟนตาซีผจญภัย และไม่เน้นความรัก

ขั้นต่อไปคือ

3. สร้างไอเดียว่าเรื่องที่เราจะเขียน มันจะเกี่ยวกับอะไร เป็นเรื่องของใครบ้าง โทนอารมณ์ของเรื่องเป็นแบบไหน แนวทางการดำเนินเรื่องจะเป็นยังไง

ซึ่งก็คือขั้นที่เราจะคุยกันในบล็อกนี้ครับ

มีเรื่องสำคัญมากๆ เรื่องหนึ่งที่ควรพูดถึงและทำความเข้าใจกันก่อน คนที่เขียนนิยายมาหลายๆ เรื่องจะรู้แล้ว แต่คนที่เพิ่งเริ่มเขียน หรือคนที่อ่านตำราเขียนนิยายแต่ยังไม่ได้ลองเขียน อาจจะไม่ทันนึกถึงหรือไม่ทันสังเกต

เวลาเราอ่านตำรา เขาเขียนเพื่อให้คนอ่านทำความเข้าใจได้ง่าย และเห็นภาพตามได้ง่าย เลยมักจะอธิบายขั้นตอนการทำงานเป็นขั้นๆ อย่างชัดเจน เป็นระเบียบเรียบร้อย ว่าขั้นแรกต้องคิดเรื่องนี้นะ แล้วต้องมาเรื่องนี้ เช่น เรื่องพล็อต ตัวละคร การดำเนินเรื่อง มุมมอง ฯลฯ (ยังไม่ต้องสนใจว่าอันไหนคืออะไรนะครับ ยกตัวอย่างให้ดูเฉยๆ)

บางทีคนที่ไม่เคยเขียนหรือเพิ่งเริ่มเขียน อ่านแล้วอาจจะนึกไปว่า เราต้องคิดทีละหัวข้อ แล้วคิดให้เสร็จเป็นหัวข้อๆ ไป แล้วพอลองลงมือทำตาม คนส่วนใหญ่ก็มักจะติดขัด เพราะจะคิดให้ "เสร็จ" ทั้งหัวข้อนี่ มันเยอะนะ และทำให้รู้สึกว่ายาก

ในทางปฏิบัติ คนที่เขียนนิยายมาเยอะๆ จะรู้ไปเองว่า เวลาคิดเราไม่ได้คิดให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ไปทีละหัวข้อ แต่มันค่อยๆ คิดไปพร้อมๆ กันทุกหัวข้อนั่นแหละ แต่ทีละนิดละหน่อย จนกระทั่งมันค่อยๆ ประกอบรวมกันเป็นเรื่องราวที่สมบูรณ์ตอนที่เราจรดนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ในที่สุด

เพราะฉะนั้นในแต่ละหัวข้อนี่ เราอาจจะคิดไปแล้ว แต่ยังไม่ละเอียด ยังมัวๆ อยู่ แต่พอเราคิดเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน มันก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หรืออาจจะต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ิคิดไปแล้ว ย้อนกลับไปกลับมาหลายตลบ จนได้เรื่องราวที่ถูกใจที่สุดออกมา

ถ้าเปรียบเทียบก็คงเหมือนกับการปั้นดินน้ำมันนะครับ สมมุติเราจะปั้นรูปช้าง เราอาจจะเลือกปั้นตรงไหนก่อนก็ได้ อาจจะหัว หรือหู หรืองวง หรืองา หรือขา หรือพุง หรือบางคนอาจจะคลึงดินน้ำมันเป็นเส้นยาวๆ แล้วทำหางก่อนเป็นอันดับแรกก็ยังได้!

พอเราปั้นชิ้นแรกแล้ว อาจจะเป็นหัว แต่พอเราปั้นงา เอามาลองติดดู แล้วมันเล็กไปหรือใหญ่ไป ดูแล้วเหมือนช้างพิการ เราก็ต้องแก้ใหม่ อาจจะเอาดินน้ำมันมาแปะหัวให้ใหญ่ขึ้น หรือเด็ดดินน้ำมันออกจากงาให้มันสั้นลง

หรือพอเราปั้นขาแล้ว เอามาต่อกับตัว ดูไปดูมาคล้ายขาหมู (พะโล้) มากกว่าขาช้าง จะแค่แปะเพิ่มหรือเด็ดออกคงไม่พอ อาจต้องรื้อขา (ดูตัวอย่างจากหนังสือการ์ตูน?) แล้วปั้นใหม่กันเลยทีเดียว ไม่งั้นเดี๋ยวช้างของเราจะกลายเป็นช้างพะโล้รมควัน

การเขียนนิยายก็คล้ายๆ กันนะครับ สมมุติเราเริ่มจากตัวละคร คิดไปคิดมา จะให้คนนี้เป็นแบบนี้ คนนั้นเป็นแบบนั้น ดูน่าจะถูกใจดีแล้วนะ แต่นิยายไม่ใช่แค่ข้อมูลรายละเอียดตัวละคร มันต้องมีการกระทำ มีเรื่องราว พอเรามาคิดเรื่องราวและการกระทำของตัวละคร ไอ้ที่เคยคิดเอาไว้อาจจะไม่เหมาะเสียแล้ว ต้องเปลี่ยนอาชีพพระเอกใหม่ ต้องเปลี่ยนบุคลิกผู้ร้ายใหม่ เพื่อให้เรื่องราวมันเกิดขึ้นได้ เป็นต้น

นี่เป็นสิ่งแรกที่ควรสังเกตและทำความเข้าใจ ในการคิดเพื่อเขียนนิยายครับ โดยสรุปก็คือ ในทางปฏิบัิติแล้ว เราไม่ได้คิดให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ไปเลยทีละหัวข้อ ก่อนที่จะขึ้นหัวข้อใหม่ (ตามที่ตำราเขียนบอก) เพราะทุกหัวข้อมันเกี่ยวข้องกันไปหมด (เหมือนหัวช้างกับงาช้าง หรือเหมือนบุคลิกตัวละคร กับการกระทำของตัวละคร) แต่เรามักจะค่อยๆ คิดทุกหัวข้อไปด้วยกัน ทีละนิดทีละหน่อย จนกระทั่งแต่ละส่วนค่อยๆ ชัดเจนขึ้น และมาประกอบกันเป็นภาพรวมในที่สุด

เพราะฉะนั้นในขั้นที่ 3 หรือการสร้างไอเดียนี้ จึงเหมือนกับการวาดรูปไว้ในใจ (หรือในสมุด) โดยคร่าวๆ ว่าเรื่องราวของเราจะมีหน้าตาอย่างไรบ้าง จะมีใครมาเกี่ยวข้องบ้าง เหตุการณ์มันจะเป็นทำนองไหนบ้าง โดยที่รายละเอียดแต่ละส่วนจะยังไม่ชัดเจนเลย แต่ดูรวมๆ แล้วพอเห็นโครงคร่าวๆ ว่า นี่คือช้างนะ เอ๊ย นี่คือนิยายเรื่องนี้นะ

การ "หา" ไอเดียเพื่อมาสร้างภาพคร่าวๆ ในขั้นนี้ ก็ใช้เทคนิคไม่ต่างจาการ "หา" ไอเดียในขั้นอื่นๆ หรือในการทำงานทั่วๆ ไปนะครับ อาจจะหาจากสิ่งรอบตัว จากการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ แต่ในบล็อกนี้เราจะยังไม่คุยเรื่องนี้ก่อนนะ เราจะข้ามไปก่อน แล้วมาดูเรื่องการ "คิด" หรือ "สร้าง" ไอเดียกันเลย ว่าเมื่อเราหาไอเดีย/แรงบันดาลใจจากแหล่งต่างๆ แล้ว ตอนเอามาสร้างเป็นนิยายเรื่องใหม่นี่ มันคิดจากตรงไหนได้บ้าง

มีแนวทางง่ายๆ ที่ใช้ช่วยเริ่มต้นสร้างไอเดียสำหรับนิยายเรื่องใหม่ 4 แนวทางครับ จะเลือกใช้แค่แนวทางเดียว หรือใช้หลายแนวทางประกอบกันก็ได้ แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน  คุณพีทจะเล่าโดยเรียงจากแนวทางที่คิดว่าเห็นภาพได้ง่าย เป็นรูปธรรมที่สุด ไปหาแนวทางที่ใช้ัจินตนาการมากขึ้นนะครับ

สำหรับบล็อกนี้ คุณพีทจะพูดถึงสี่หัวข้อนี้คร่าวๆ ให้เห็นภาพรวมก่อน แล้วบล็อกต่อๆ ไป จะหยิบแต่ละหัวข้อมาเจาะในรายละเอียด พร้อมทั้งบันทึกว่าคุณพีทได้ใช้แนวทางในหัวข้อนั้นกับการคิดนิยายเรื่องนี้ยังไงบ้างนะครับ

3.1 สถานที่และบรรยากาศของเรื่อง เป็นจุดที่คิดได้ง่าย เห็นภาพได้ง่ายที่สุด และเป็นจุดเด่นของนิยายหลายเรื่อง (และหลายแนว) ที่นิยมกันมากก็เช่นนิยายแนวทะเลทราย บางคนอยากให้มีปิระมิด บางคนนึกถึงแม่น้ำไนล์ บางคนชอบบรรยากาศกระโจมของชนเผ่าเร่ร่อน (เบดูอิน) หรือการขี่อูฐกลางแสงจันทร์ ถ้าไ่ม่ใช่แนวทะเลทราย บางคนอยากเขียนบรรยากาศของรีสอร์ตบ้านไร่ บางคนอยากเขียนแนวชายหาด ชายทะเล หรือเกาะ บางคนถนัดแนวป่า บางคนอาจจะชอบแนวโลกแฟนตาซี มีป่าลึกลับ มีปราสาท เป็นต้น

3.2 ตัวละคร ไม่ว่าเร็วหรือช้า ก็หนีตัวละครไปไม่พ้นนะครับ เพราะตัวละครเป็นผู้เล่น เป็นผู้ทำให้เกิดเหตุการณ์ และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ถ้าไม่มีตัวละคร ก็ไม่มีนิยาย บางคนอยากเขียนนางเอกที่แก่นแก้วแสนซน หรือนางเอกที่เก็บกดแข็งนอกอ่อนใน บางคนอยากเขียนพระเอกที่ร้ายสุดๆ แต่สยบให้นางเอกคนเดียว บางคนอาจจะอยากเขียนตัวละครที่สดใสร่าเริงภายนอก แต่ลึกๆ แล้วอ่อนไหวและอ่อนแอ เป็นตัว

3.3 เหตุการณ์ หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาใดเวลาหนึ่งของเรื่อง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละคร (มักจะเป็นตัวละครหลัก เพราะในขั้นนี้เรายังคิดคร่าวๆ ตัวละครประกอบยังไม่ค่อยโผล่) เช่น รถชน แต่งงาน ทะเลาะกัน โดนโกง สะดุดเท้าหกล้มหัวทิ่ม ตกหลุมรัก เสียพนัน เล่นกีฬา เหตุการณ์เหล่านี้ดูเหมือนมันจะเล็กๆ แต่มันก็เป็นไอเดียเริ่มต้นให้มีเรื่องราวติดตามมาเป็นขบวนยาวเหยียดได้เหมือนกัน

3.4 เรื่องราว หมายถึงการที่เหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่องเกิดขึ้นต่อเนื่องกันจนเกิดเป็นเรื่องราวที่มีความหมายหรือสร้างความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา เช่น (ตัวอย่างมาตรฐาน) นางเอกเป็นหญิงสาวผู้ต่ำต้อย (ในด้านใดด้านหนึ่ง อาจจะเป็นฐานะ การศึกษา การงาน) ถูกกดขี่ข่มเหงจากคนรอบข้าง (แม่เลี้ยง เจ้านาย) จนกระทั่งได้พบและตกหลุมรักพระเอกซึ่งเป็นชายสูงศักดิ์ (การเงิน การงาน ฐานะทางสังคม) และต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา ฯลฯ จนความรักสมหวังในที่สุด เป็นต้น

(ไอเดียของเรื่องราวนี้ บางคนอาจจะเรียกว่าพล็อต แต่คุณพีทขอเรียกว่า "เรื่องราว" ก่อนนะครับ เพราะคำว่า "พล็อต" นี้เป็นคำเจ้าปัญหา ตำราภาษาไหนๆ ก็แปลเหมือนกันมั่งต่างกันมั่ง นักเขียนแต่ละคนก็มีนิยามคำนี้ต่างๆ กันไป ซึ่งมีประโยชน์ทุกแบบ แต่ในขั้นนี้เรายังไม่ต้องสนใจก็ได้ ว่ามันจะเรียกว่าพล็อตหรือเปล่า ขอให้รู้ว่ามันเป็นเรื่องเป็นราวก็พอแล้ว)

และในหัวข้อเรื่องราวนี้ บางคนอาจจะคิดถึง "ชื่อเรื่อง" ของนิยายด้วยเลยก็ได้ เพราะชื่อเรื่องโดยส่วนใหญ่ มักจะสะท้อนหัวใจของเรื่องราวในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่ง ระหว่างที่เราเลือกหาชื่อเรื่องที่ถูกใจ เราก็กำลังคิดและขัดเกลาเรื่องราวในใจไปด้วยพร้อมๆ กันครับ

รายงานในขั้นต้นว่า ขณะนี้คุณพีทกำลังค่อยๆ คิดในขั้นนี้อยู่ เนื่องจากคุณพีทมักจะผูกพันกับตัวละครมากที่สุด ก็เลยเริ่มจากตัวละครก่อน แล้วก็ค่อยๆ นึกถึงสถานที่กับเหตุการณ์ไปทีละนิด (เนื่องจากเป็นแนวแฟนตาซีผจญภัย ก็เลยต้องให้ความสำคัญกับสถานที่หน่อย) ส่วนตรงเรื่องราวโดยรวม ยังไม่ค่อยได้นึกถึงเท่าไหร่

บล็อกต่อๆ ไปเราจะมาคุยเจาะกันทีละหัวข้อนะครับ